โรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ | Pattaya City Hospital | โรงพยาบาลเมืองพัทยา เราพร้อมดูแลคุณ

ความรู้เรื่องโรค

โรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ

Date : 4 January 2017

ข้อมูลจาก : ผศ.นพ.ณัฐวุฒิ  รอดอนันต์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล
ภาพจาก : pixabay.คอม

“ดวงตา เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตของคนเรา แต่หากตาคู่นั้นกำลังจะมืดมิดในวัยสูงอายุ คุณเคย  คิดไหมว่าหากย้อนเวลา เราจะรับมืออย่างไร"

โรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมคืออะไร

โรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม (Macular degeneration) เป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการเสื่อมของบริเวณจุดภาพชัดของจอตา ทำให้สูญเสียการมองเห็นส่วนกลางของภาพ  หากพบในผู้มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป จะเรียกว่า “โรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ” (Age related Macular degeneration) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้กลุ่มผู้สูงอายุสูญเสียการมองเห็น โดยจะทำให้สูญเสียการมองเห็นเฉพาะภาพตรงส่วนกลาง โดยที่ภาพด้านข้างของการมองเห็นยังดีอยู่ เช่น คุณอาจเห็นขอบของนาฬิกา แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า เป็นเวลาอะไร 

ผู้ที่มีโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม อาจไม่มีอาการในระยะเริ่มต้น ถ้าบริเวณที่เสื่อมมีขนาดเล็กมาก และหากจุดภาพชัดของตาอีกข้างยังปกติ เมื่อใช้ตา 2 ข้างร่วมกัน ผู้ป่วยอาจไม่สังเกตว่ามีการเปลี่ยนแปลง ต่อมาเมื่อความเสื่อมมากขึ้นจึงมีอาการมองภาพไม่ชัด เห็นภาพบิดเบี้ยว เห็นจุดดำ หรือจุดบอดที่บริเวณส่วนกลางภาพในที่สุด โดยไม่มีอาการเจ็บปวด ดังนั้น โดยตัวของโรคจอประสาทตาเสื่อม จะไม่ทำให้การมองเห็นมืดสนิทไปทั้งหมด แม้แต่ในรายที่เป็นมาก คนไข้จะยังพอมองเห็นทางด้านขอบข้างของภาพ และพอที่จะช่วยเหลือดูแลตัวเองได้บ้าง 

โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น การเสื่อมสภาพของร่างกายตามวัย ซึ่งโดยธรรมชาติสัดส่วนของสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายของคนเราจะแปรผันไปตามอายุที่มากขึ้นทำให้มีการสะสมของอนุมูลอิสระและเกิดการเสื่อมของส่วนต่างๆในร่างกายมากขึ้นโดยเฉพาะที่จอตา และจะมีความเสี่ยงสูงขึ้นหากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้มาก่อน มีพฤติกรรมการใช้สายตาที่ต้องเผชิญกับแสงแดดนานๆ  หรือมีการสูบบุหรี่ร่วมด้วย จากหลักฐานทางการแพทย์พบว่า ผู้ที่สูบบุหรี่ มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และมีโอกาสเกิดโรคนี้เร็วกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 10 ปี นอกจากนี้แล้ว ผู้ที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและมีระดับไขมันในเลือดสูง รวมถึงสตรีวัยหมดประจำเดือนที่ไม่ได้กินฮอร์โมนทดแทน ก็พบว่ามีความเสี่ยงสูงขึ้นในการเป็นโรคนี้เช่นกัน 

2 แบบของโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ  

1. แบบแห้ง เกิดจากการเสื่อมและบางตัวลงของบริเวณศูนย์กลางรับภาพของจอตา   ทำให้การมองเห็นค่อยๆ ลดลง โดยที่อาการของโรคจะเป็นไปอย่างช้า ๆ 

2. แบบเปียก  พบได้ประมาณ 15-20% ของโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ เกิดจากการเสื่อมโดยมีเส้นเลือดผิดปกติงอกขึ้นมาใหม่ หากเส้นเลือดที่งอกใหม่นี้เปราะบาง จะเกิดการรั่วซึม ทำให้จุดภาพชัดบวม มองเห็นภาพบิดเบี้ยว และสูญเสียการมองเห็นในส่วนกลางในที่สุด

ปัญหาของโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ

ส่วนใหญ่คนไข้มักจะไม่รู้ตัวว่า มีอาการของโรคดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากากรเสื่อมอาจเกิดในตาข้างเดียว หรือเสื่อมไม่เท่ากันในการทั้ง 2 ข้าง ทำให้การมองเห็นโดยรวมยังดีอยู่ จนกว่าจะมีการเสื่อมที่ค่อนข้างมากแล้วจึงจะสังเกตได้ว่าการมองเห็นผิดไปจากเดิม เช่น ตาพร่ามัวลง ความชัดเจนในการมองเห็นลดลง  มองเห็นภาพบิดเบี้ยว มองเห็นตรงกลางของภาพไม่ชัดเจน ดังนั้นถ้าพบความผิดปกติเหล่านี้  ควรรีบปรึกษาแพทย์  อย่านิ่งนอนใจ เนื่องจากการตรวจพบและรักษาในระยะแรก จะป้องกันการเกิดจุดบอดที่จุดภาพชัดได้

หลากวิธีรักษาและถนอมดวงตา

โรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมนั้นมีการรักษาหลายวิธี ทั้งการรักษาด้วยการยิงเลเซอร์ การฉีดยาเพื่อยับยั้งเส้นเลือดใหม่ที่งอกขึ้นมา หรือแม้กระทั่งการผ่าตัด  เหล่านี้สู้การดูแลสุขภาพดวงตาตั้งแต่ยังหนุ่มสาวไม่ได้ ซึ่งนับเป็นหนทางที่ดีที่สุด สรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้

1.  งดสูบบุหรี่ 

2.  หลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัดเป็นประจำ หรือถ้าจำเป็นควรใช้แว่นตากันแดดที่มีการกรองแสงยูวี

3.  ควบคุมน้ำหนักตัว ไม่กินอาหารที่มีไขมันสูง ควรเพิ่มการกินผักใบเขียวและผลไม้ทุกวัน  

4.  การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุก 1-2 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีอาการผิดปกติ ใด ๆ แต่ก็เริ่มจะมีปัญหาเรื่องสายตาเปลี่ยนแปลง หรืออาจมีความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับดวงตาที่ไม่แสดงอาการอย่างอื่น เช่น ต้อหิน ต้อกระจก การตรวจพบและให้การรักษาโรคตั้งแต่ระยะแรก จะสามารถเยียวยาให้ดวงตาสามารถใช้งานได้ต่อไป 

ทดสอบสภาพจอตาด้วยตารางตรวจจุดภาพชัด (Amsler Grid)

จักษุแพทย์จะแนะนำให้ผู้สูงอายุที่มีโอกาสเกิดโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม หรือผู้ที่เป็นโรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อมแล้ว ทดสอบสภาพจอตาเป็นประจำด้วยการมองตารางตรวจจุดภาพชัด (Amsler grid) โดยสามารถทำการทดสอบได้ด้วยตนเอง ดังนี้

1.  เมื่อจะทดสอบการมองเห็น ไม่ต้องถอดแว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ที่ใส่อยู่ออก 

2. มองแผ่นภาพนี้ในระดับสายตา บนผนังที่มีแสงสว่างเพียงพอ 

3.  ยืนห่างจากแผ่นภาพตารางประมาณ 14 นิ้ว ใช้มือปิดตาข้างหนึ่งไว้ มองที่จุดตรงกลางแผ่นภาพ ด้วยตาข้างที่เปิดอยู่ 

4. ขณะที่จ้องจุดตรงกลางนี้ให้สังเกตว่าตารางสี่เหลี่ยมที่เห็นเป็นเส้นตรงหรือไม่ และมีขนาดเท่ากันหรือไม่

5. ถ้าพบว่าส่วนไหนของตารางไม่ชัด หรือโค้งเป็นลักษณะคลื่น บิดเบี้ยว ขาดจากกัน พร่ามัว หรือบางพื้นที่หายไปจากพื้นที่ที่มองเห็น หรือมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับการตรวจครั้งสุดท้าย ควรพบจักษุแพทย์ทันที 

6. ทำการทดสอบซ้ำเช่นเดียวกับตาอีกข้าง